การป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5

เนื่องจากช่วงเดือนมกราคม-เมษายนของทุกปี  มีการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการเผาฟางข้าวและใบอ้อยซึ่งมีการปล่อยมลพิษทางอากาศ  คือ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์(CO) สูงกว่าปริมาณที่ปล่อยจากโรงไฟฟ้าและอุตสาหกรรมถึง ๑๔ เท่าตัว เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นสภาพการเผาที่ไม่สมบูรณ์ประกอบกับเป็นการเผาวัสดุที่มีความชื้นสูง  ทำให้เกิดมลภาวะทางอากาศภาวะโลกร้อน และปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5

ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เป็นภัยที่มองไม่เห็น ไม่มีกลิ่น แถมยังเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายจากการการสูดดมทางโพรงจมูก เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปอด โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดในสมอง และโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ เพื่อปกป้องความปลอดภัยของสุขภาพอนามัยของประชาชน สิ่งแวดล้อมและที่ต้องกำหนดให้ฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 เป็นขนาดฝุ่นละอองที่เป็นภัยนั้น ก็เพราะว่า สารมลพิษในฝุ่นละอองขนาดนี้สามารถเข้าสู่อวัยวะในระบบทางเดินหายใจได้โดยตรง สามารถทะลุเข้าไปถึงถุงลมปอดได้ทันที ดังนั้น ฝุ่นละอองขนาดเล็กเหล่านี้จึงทำให้เกิดการระคายเคืองและมีผลต่ออาการและโรคทางเดินหายใจ สามารถทำลายอวัยวะของระบบทางเดินหายใจโดยตรง และยังทำให้เกิดการระคายเคืองตา ระคายคอ แน่นหน้าอก หายใจถี่ หลอดลมอักเสบ เกิดอาการหอบหืด ถุงลมโป่งพอง และอาจเกิดโรคระบบทางเดินหายใจได้

ข้อแนะนำด้านสุขภาพ

วิธีการลดปริมาณฝุ่นละอองที่ดีที่สุด คือ ประชาชนต้องมีจิตสำนึกร่วมกันเพื่อลดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเพิ่มขึ้นของฝุ่นละออง เช่น ลดการเผาขยะ เผาหญ้าข้างทาง เผาตอซังฟางข้าว ใบอ้อย และลดการจุดธูป ซึ่งจะเพิ่มปริมาณฝุ่นเป็นจำนวนมาก สำหรับการป้องกันตนเอง ให้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองที่เหมาะสม ไม่ใช่หน้ากากอนามัยทั่วไปที่ไม่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กในระดับ 2.5 ไมครอนได้ แต่ต้องใช้หน้ากากมาตรฐาน N95 จะมีประสิทธิภาพมากกว่า เพราะหน้ากาก N95 ผลิตจากเส้นใยพิเศษที่สามารถกรองฝุ่นละออง หรือเชื้อโรคที่มีขนาดใหญ่กว่า 0.3 ไมครอนได้ ทำให้ป้องกันฝุ่นขนาด PM 2.5 ไมครอน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประชาชนทั่วไป: สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ

กลุ่มเสี่ยง: ควรเฝ้าระวังสุขภาพ ถ้ามีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง
** ประชาชนกลุ่มเสี่ยง หมายถึง เด็ก คนชรา หญิงมีครรภ์ และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวในกลุ่มโรคทางเดินหายใจ และโรคหัวใจและหลอดเลือด

 

       

15 กรกฎาคม 2563